เมตตาทุนนิยม

 ธุรกิจแห่งการให้โอกาส

     สร้างธุรกิจด้วยความเมตตาและช่วยเหลือผู้คนให้มีธุรกิจเป็นของพวกเขาเอง100% โดยมีหุ้นส่วนแม่ของเราเป็นธุรกิจเมตตาทุนนิยมที่จะคอยช่วยสนับสนุนคุณให้ประสบความสำเร็จ

หากคุณกำลังมองหา ธุรกิจส่วนตัว หรือแนวทาง หารายได้เสริม ที่สามารถสร้างกำไรได้โดยไม่ต้องพึ่งชื่อเสียงหรือการเป็นที่รู้จักในวงกว้าง ธุรกิจรวยเงียบ คือคำตอบที่คุณกำลังตามหาอยู่ เพราะหลายอาชีพสามารถทำเงินได้มหาศาลโดยไม่ต้องโปรโมตตัวเองให้เป็นที่สนใจ และที่สำคัญบางอาชีพยังสามารถทำเป็น อาชีพเสริม หรือ งานเสริมหลังเลิกงาน ได้อีกด้วย อาชีพที่รวยได้โดยที่ไม่มีใครบอก

แนวคิดของสองผู้ก่อตั้งธุรกิจได้ให้ปรัชญาของธุรกิจไว้คือต่องการช่วยเหลือผู้คนในโลกนี้โดยไม่สนใจเชื้อชาติ ศาสนา การศึกษา สถานภาพใดๆ รวยหรือจน ทุกคนสามารถได้รับโอกาสที่จะมีธุรกิจเป็นของพวกเขาเองเพื่อจะได้มีวิถีชีวิตที่ดีขึ้น ด้วยธุรกิจของเรา และเมื่อคุณช่วยเหลือผู้คนให้ประสบความสำเร็จคุณก็จะประสบความสำเร็จตามไปด้วย มาร่วมกันให้โอกาสกับผู้คนและช่วยพวกเขาให้ประสบความสำเร็จ มาสร้างสังคมแห่งการแบ่งปัน สังคมที่สนับสนุนกันและกันให้ประสบความสำเร็จ สังคมที่มีแต่การช่วยเหลือกัน

     สร้างกลุ่มผู้ใช้ผลิตภัณฑ์แบบ SOP ในเทรนที่ตลาดไร้คู่แข่ง เพื่อให้คุณได้มีรายได้เสริมเริ่มต้นเดือนละหมื่นบาทไว้คอยสนับสนุนการทำกิจกรรมเพื่อสะสมความสำเร็จเล็กๆในการสร้างธุรกิจให้เป็นของคุณ และเมื่อคุณช่วยสมาชิกคนต่อไปให้มีรายได้เสริมเดือนละหมื่นเหมือนคุณแล้ว รายได้เสริมเดือนละหมื่นของคุณจะถูกทวีคูณให้มากขึ้นเป็นรางวัลที่แผนธุรกิจได้กำหนดไว้ สะสมความสำเร็จแห่งการช่วยเหลือครบตามเงื่อนไข จะส่งผลให้คุณเป็นเจ้าของธุรกิจและจะแนะนำให้คุณไปจดทะเบียนบริษัทในชื่อของคุณเพื่อให้การจ่ายภาษีถูกลง

ตัวอย่าง

คนไทยเรามีเงินสำรองในบัญชีไม่ถึง 1 เดือน! ขณะที่เศรษฐกิจจ่อปากเหว ค่าใช้จ่ายต่อเดือน กว่า 20,000 บาท! แล้วเราจะเอาตัวรอดจากความย่ำแย่นี้จากเศรษฐกิจแบบนี้ได้อย่างไร เราจะให้คำปรึกษาเพื่อช่วยคุณให้ฝ่ามรสุมครั้งนี้ไปได้ เป็นต้น

"ธุรกิจเมตตาทุนนิยม" (Compassionate Capitalism หรือ Philanthrocapitalism) เป็นแนวคิดที่ผสมผสานหลักการทางธุรกิจเข้ากับการทำงานเพื่อสังคม โดยมีเป้าหมายในการสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคมอย่างยั่งยืน แทนที่จะเป็นการบริจาคเพื่อการกุศลแบบดั้งเดิมเพียงอย่างเดียว

แก่นแท้ของธุรกิจเมตตาทุนนิยม มีดังนี้:

 * การใช้แนวคิดและเครื่องมือทางธุรกิจเพื่อสังคม: ผู้ที่ดำเนินธุรกิจเมตตาทุนนิยมจะนำกลยุทธ์ การบริหารจัดการ และการประเมินผลแบบเดียวกับที่ใช้ในโลกธุรกิจแสวงหาผลกำไรมาประยุกต์ใช้กับการแก้ไขปัญหาสังคม เพื่อให้การดำเนินงานมีประสิทธิภาพ ประสิทธิผล และยั่งยืนมากขึ้น

 * มุ่งเน้นผลลัพธ์และการวัดผล: แตกต่างจากการบริจาคที่อาจไม่มีการติดตามผลอย่างใกล้ชิด ธุรกิจเมตตาทุนนิยมจะให้ความสำคัญกับการกำหนดเป้าหมายที่ชัดเจน การวัดผลความก้าวหน้า และการประเมินผลลัพธ์อย่างเป็นระบบ เพื่อให้มั่นใจว่าเงินทุนและทรัพยากรที่ใช้ไปนั้นก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงจริง

 * การมีส่วนร่วมเชิงรุก: นักธุรกิจเมตตาทุนนิยมมักจะไม่ใช่แค่การ "บริจาคเงิน" เท่านั้น แต่จะเข้ามามีส่วนร่วมอย่างแข็งขันในการบริหารจัดการโครงการหรือองค์กรที่สนับสนุน ใช้ความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ทางธุรกิจในการช่วยแก้ไขปัญหา

 * การมองปัญหาทางสังคมเป็นโอกาส: แทนที่จะมองว่าปัญหาทางสังคมเป็นภาระ ธุรกิจเมตตาทุนนิยมมองว่าเป็นโอกาสในการสร้างสรรค์นวัตกรรมและหาทางออกที่ยั่งยืน ซึ่งอาจนำไปสู่โมเดลธุรกิจใหม่ๆ ที่สร้างทั้งคุณค่าทางเศรษฐกิจและสังคมไปพร้อมกัน

 * ความยั่งยืนในระยะยาว: แนวคิดนี้ให้ความสำคัญกับการสร้างระบบหรือกลไกที่สามารถขับเคลื่อนตัวเองได้ในระยะยาว ไม่ใช่การพึ่งพาเงินบริจาคไปเรื่อยๆ ซึ่งอาจรวมถึงการสร้างกิจการเพื่อสังคม (Social Enterprise) ที่สามารถสร้างรายได้ของตัวเองเพื่อนำกลับมาลงทุนในการแก้ไขปัญหาสังคมต่อไป

ตัวอย่างที่เห็นได้ชัด คือ มูลนิธิต่างๆ ที่ก่อตั้งโดยมหาเศรษฐีที่ประสบความสำเร็จทางธุรกิจ เช่น มูลนิธิ Bill & Melinda Gates Foundation ที่นำแนวคิดการบริหารจัดการแบบองค์กรธุรกิจมาใช้ในการต่อสู้กับปัญหาด้านสาธารณสุขและพัฒนาคุณภาพชีวิตทั่วโลก

โดยสรุปแล้ว "ธุรกิจเมตตาทุนนิยม" คือการนำเอาศักยภาพและประสิทธิภาพของระบบทุนนิยมมาใช้เพื่อเป้าหมายทางสังคม เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืนและกว้างขวาง โดยมีหัวใจสำคัญคือ "ความเมตตา" หรือการคำนึงถึงผลประโยชน์ของสังคมเป็นสำคัญ

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ตัดเลือกสมาชิก 20 รหัสที่เอาจริงให้มีรายได้เสริมเริ่มต้นเดือนละหมื่น

เรียนรู้เทคนิคและวิธีการ

ธุรกิจแห่งอนาคตสร้างและเสริมอิสรภาพให้กับชีวิตของคุณและครอบครัว